แนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลไตรมาสสอง 2568

สำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลใน Q2/2568 พร้อมปัจจัยที่ส่งผล เช่น การลงทุน AI และยอดส่งออกเทคโนโลยี!

cover

ในปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในไตรมาสสองของปี 2568 แนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และผู้สนใจในเทคโนโลยีต่างๆ โดยในบทความนี้จะทำการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย พร้อมกับผลกระทบจากนโยบายต่างๆ และดัชนีตลาดเทคโนโลยีในช่วงเวลาดังกล่าว

ภาพรวมของเศรษฐกิจดิจิทัลในไตรมาสสองปี 2568

ในไตรมาสสองปี 2568 ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะเจอความท้าทายจากหลายปัจจัย เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยกู้ และการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสินค้าและบริการในรูปแบบดิจิทัลยังคงรักษาความน่าสนใจและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ดี

การลงทุนในอีคอมเมิร์ซไทยยังคงเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มีรายงานว่ามีการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในการเติบโตของตลาด จุดเด่นของการลงทุนอีคอมเมิร์ซนี้คือมีการแข่งขันที่ดุเดือด การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ และการใช้เทคโนโลยี AI ในการคาดการณ์พฤติกรรมของผู้บริโภค

ผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาล

นโยบายของรัฐบาลไทยที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2568 ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาตลาด ตัวอย่างเช่น นโยบายสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจได้มีการจัดตั้งโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการพัฒนา และส่งเสริมการใช้บริการออนไลน์ภายในภาคธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการขจัดอุปสรรคทางการค้านานาชาติที่อาจจะมีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

นโยบาย AI แห่งชาติ

นโยบาย AI แห่งชาติที่รัฐบาลไทยได้ประกาศใช้ นอกจากจะมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี AI แล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้ AI ในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนในด้านนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2568 โดยคาดว่าจะเห็นการส่งเสริมการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจต่างๆ เช่น ธนาคาร การแพทย์ และการขนส่ง

ดัชนี SET ดิจิทัลและการลงทุนในอีคอมเมิร์ซ

ดัชนี SET ดิจิทัลในปี 2568 เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจดิจิทัล โดยในไตรมาสสอง ยังคงมีสัญญาณการเติบโตที่ดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุน นอกจากนี้ ดัชนีนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทย นักวิเคราะห์ชี้ว่า การลงทุนในอีคอมเมิร์ซยังคงได้รับความนิยมสูง และการขยายตัวนี้ยังต่อเนื่องในอนาคต

แนวโน้มการลงทุนในอีคอมเมิร์ซไทยในครึ่งปีแรกสามารถมองได้ว่าเป็นผลจากความต้องการที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ชอบการซื้อของออนไลน์ เป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพราะสภาพเศรษฐกิจที่มีการกระตุ้นทำให้เกิดการใช้จ่ายไม่ลดลง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในไตรมาสสองปี 2568

ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในช่วงเวลานี้ ได้แก่ สถานการณ์เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยกู้ และยอดส่งออกเทคโนโลยีไทย ในบริบทของเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อที่สูงไปกว่า 3% อาจมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่การพัฒนาเทคโนโลยีจะช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง

อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2568

ในเดือนมิถุนายน 2568 มีรายงานว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.2% ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ นี่เป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคอาจมีการใช้จ่ายที่ลดลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนในอีคอมเมิร์ซยังคงทำได้ดี โดยเฉพาะในสินค้าที่จำเป็น

ยอดส่งออกเทคโนโลยีไทย

ยอดส่งออกเทคโนโลยีไทยในไตรมาสสองของปี 2568 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีได้สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล ทำให้ตลาดดิจิทัลไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น การเติบโตนี้ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ

อัตราดอกเบี้ยกู้ล่าสุด

อัตราดอกเบี้ยกู้ล่าสุดในปี 2568 สะท้อนถึงความมั่นคงของระบบการเงินไทย ดังนั้นการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลไม่ได้มีความเสี่ยงที่สูง ขณะที่ดอกเบี้ยกู้ที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดนี้มากยิ่งขึ้น

แนวโน้มอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย

การวิเคราะห์แนวโน้มอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย พบว่าหากรัฐบาลยังให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนโยบายที่มีประสิทธิภาพ การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลจะยังคงมีแนวโน้มที่สดใสต่อไป คาดว่าในปี 2569 จะเห็นการเติบโตที่มีนัยสำคัญในด้านการค้าออนไลน์ การใช้เทคโนโลยี AI และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย

การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านการตลาด การให้บริการ และการจัดการข้อมูล นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการเกิดกิจการใหม่ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศอีกด้วย